ผ่าฟันคุด

posted on 29 Mar 2006 12:36 by shoye in Opinion

สาเหตุ ที่ต้องผ่าฟันคุด ทั้งที่ความจริงก็ไม่ได้เจ็บปวด
หรือมีความลำบากที่เกิดจากฟันคุดแต่ประการใด

แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องผ่า
เนื่องจาก......
1.ถ้าไม่ผ่า เวลาฟันคุดงอกออกมา มันจะทำให้ฟันซี่อื่นๆ เบี้ยว เก กันไปหมด
ซึ่งตอนนี้ก็เป็นยังงั้นแล้ว...........แป่ววววว
2.ถ้าไม่ผ่า หากมีอาหารเข้าไปอุดตัน บริเวณที่เป็นร่อง เป็นรูที่ช่องฟัน
ก็อาจทำให้เหงือกอักเสบ หรือเป็นหนองได้
3.มันเป็นฟันที่ไม่มีประโยชน์ ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม ควรผ่าออก (หมอว่างั้น...)

แต่ผมว่านะ ถ้าไม่มีประโยชน์ แล้วร่างกายเราจะสร้างมาทำไม (วะ)
มันต้องมีประโยชน์อะไรสักอย่างล่ะน่า...
อย่างเช่น มันช่วยให้ชีวิตเราไม่ราบเรียบจนเกินไป
และมันทำให้ผมต้องพบกับเรื่องตื่นเต้นจริงๆ ด้วย ....เดี๋ยวเล่าให้ฟัง
หรืออาจมีเหตุผลอื่น ใครคิดออก ช่วยบอกผมด้วย อยากรู้เหมือนกัน...

ตอนแรกกะว่าจะไปนัดวันเฉยๆ กะไว้หลังเมษาค่อยทำ
แต่พอไปตรวจหมอบอกว่าวันนี้คิวว่าง จะทำเลยมั้ย...
ผมก็ตอบไปแบบเบรอๆ ว่า "ทำเลยครับ..."

แล้วเค้าก็ให้ไป X-ray ฟัน พบว่ามี 2 ซี่ (เฉพาะด้านขวา ล่าง-บน)
หมายเหตุ ด้านซ้ายผมยังมีอีก 2 ซี่ ล่างบนเหมือนกัน...

ตอน X-ray เป็นฟิล์มเล็ก เค้าเรียกว่างั้น แต่ความจริงถ้ามันเข้าไปอยู่ในปากคุณ
พร้อมอุปกรณ์ถ่างปาก มันไม่เรียกว่าเล็กหรอก มันเรียกว่า "อันเท่าบ้าน..."
หมอคนที่ เอ็กซ์ บอกผมว่า "เอ็กซ์เรย์ เจ็บหน่อยนะ"
ผมก็งงงง "เอ็กซ์เรย์ เจ็บด้วยเหรอครับ".........
หมอยิ้ม...แล้วไม่พูดอะไร พร้อมยัดที่ถ่างปาก พร้อมฟิล์มเข้าไปในปาก
แล้วมันก็เจ็บจริงๆด้วยก็ไอ้ฟิล์มที่เข้าไป มันไปกดแทงอยู่ใต้ลิ้น แถมหมอบอกให้กัดอีก
ยิ่งกัดมันก็ยิ่งแทง เล่นเอาผมน้ำตาซึม
หมอก็เลยหยิบทิชชู่ให้แผ่นนึง แล้วก็ยิ้มให้..........เค้าคงคิดในใจ "เจ็บมั้ยล่ะเมริง...เหอๆๆๆ"

เสร็จแล้วก็ไปรอ เข้าห้องเชือด.....


"สหไชย ค่ะ"..... ชื่อผมเอง หมอเรียกเสียงดังฟังชัด

ผมก็ลุกเดินตามต้อยๆ.....

แล้วก็ไปนั่งบนเขียง...หมอบอกมี 2 ซี่นะ ทำพร้อมกันเลยมั้ย
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว "ทำเลยครับ"

ว่าแล้วก็ฉีดยาชาเข้าไป ....

ทั้งบนทั้งล่าง...ไม่เจ็บเท่าไหร่ แค่จี๊ดๆ

ซักพักพอเริ่มชาหมอก็ลงมือ......
เริ่มจากด้านบนก่อน...จนซีกแรกผ่านไป หมอถามเป็นไงบ้าง
ผมพยักหน้า......หมอบอก "เรื่อยๆนะ......"

มาถึงซีกที่ 2 ด้านล่าง ซึ่งปกติฟันด้านล่างเราจะแข็งแรงกว่าด้านบนอยู่แล้ว
เพราะต้องรับน้ำหนักในการบดเคี้ยว...
หมอเริ่มลงมือ...แซะเหงือก ...ไม่รู้ว่าใช่รึป่าว แต่ความรู้สึกมันบอกว่ายังงั้น
ต่อมาก็กรอฟัน.....แล้วก็ดึง...

ไอ้ตอนดึงนี่แหละ ที่จะตายเอา ยังกับว่าเหงือกจะหลุดมาทั้งยวง..
คุณหมอก็พยามดึงอยู่นั่นแหละพอดึงไม่ออก ก็กลับมากรอ แล้วก็เริ่มดึงใหม่

ทำอย่างนี้อยู่ประมาณ 5 รอบ ....แล้วก็มาถามผมว่า..เจ็บมั้ย
ผมพยักหน้า...."แปลว่า กูเจ็บ.."
แพทย์ผู้ช่วย ดูเหมือนจะไม่เชื่อ ก็เลยถามผมซ้ำ "เจ็บหรือตึง คะ"

ผมเงียบ .....เพราะมีอุปกรณ์ อยู่เต็มปาก เลยพูดไม่ได้
แต่ผมตอบในใจออกไปว่า "กรูเจ็บโว้ย...!!!"


ถ้าไม่เชื่อก็อย่ามาถาม สิวะ


น้องผมเคยโดนลองภูมิ
หมอฉีดยาชา แล้วก็เอาเหล็กทิ่มเหงือกเพื่อตรวจสอบว่าชารึยัง
ทุกครั้งที่จิ้ม หมอจะถามว่า เจ็บมั้ย น้องผมก็บอกว่าเจ็บ
"เจ็บมั้ย..""เอ็บอ่ะ..." (เจ็บค่ะ...อุปกรณ์เต็มปากเลยพูดไม่ค่อยได้)
"เจ็บมั้ย.." "เอ็บอ่ะ..."
"เจ็บมั้ย.." "เอ็บอ่ะ..."
"เจ็บมั้ย.." "เอ็บอ่ะ..." "หมอยังไม่ได้ทำอะไรเลย เจ็บได้ไง"
.......มามุกนี้เล่นเอาน้องผม เหวอไปเลย..

กลับมาเข้าเรื่องผมต่อ...
หลังจากพยามดึงเท่าไหร่ ก็ดึงไม่ออก นี่ถ้าเอาเท้ายันหัวผมได้ แกก็คงจะทำแล้ว
หมอก็เลยปรึกษากับผู้ช่วยว่า "แบ่งมั้ย" ผู้ช่วยบอก "แบ่งดีกว่า"
ผมบอกในใจ "เมริงน่าจะแบ่ง ตั้งนานแล้ววว...ดึงจนเหงือกจะหลุด กรามจะค้าง ไอ้บ้า.."

ผมเข้าใจว่าเค้าหมายถึง จะแบ่งฟันมั้ย จะได้เป็นซี่เล็กๆ เอาออกง่ายๆ
ความจริงน่าจะแบ่งตั้งแต่ครั้งที่ 2 ที่พยามดึงแล้ว ดึงแรงมากแต่มันก็ไม่ยอมออก
ก็พยามอยู่นั่นแหละ .....

ว่าแล้วหมอก็ตัดสินใจแบ่ง ในขณะนั้น เป็นเวลา เกือบ 4 โมงเย็น
เข้าใจว่าหมอ กับผู้ช่วยจะรีบกลับบ้าน ทำไปก็กังวลไปว่าจะเสร็จไม่ทัน..

แล้วก็ยังมีคนไข้นัดอีกคนนึง ผ่าฟันคุดเหมือนกัน
หมอก็กังวลใจอย่างเห็นได้ชัด เลยให้โทรเรียก หมออีกคนมาช่วย
แต่ว่าหมอคนนั้นกลับถึงบ้านไปแล้ว เลยมาไม่ได้
หมอคนนี้ก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมทำเอง น่าจะทัน

อยากจะบอกว่าไอ้คนไข้นัดน่ะ น้องสาวผมเองครับ.....
มาด้วยกันนี่แหละ...

บทสนทนาต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารกลางวัน
นินทาชาวบ้าน เรื่องของคนนู้น คนนี้ที่หมอคุยกับผู้ช่วย
ซึ่งอยู่ในระหว่างการแซะเหงือกผม ทำให้ผมคิดว่าคนพวกนี้ (พวกหมอทุกประเภท)
สามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น .... กินมาม่าไป หั่นศพไป อะไรประมาณนั้น
ก็ลองคิดดูว่าถ้าเป็นคุณ คุณจะคุยเรื่องอาหารการกิน ในระหว่างที่
เอามีดแซะเหงือก และเลือดจากเหงือกก็พุ่งทะลักสวนมีดขึ้นมาได้หรือไม่....

หมอเค้าทำรุนแรงมาก จนเหมือนกับว่าผมไม่มีความรู้สึก เป็นเหมือนสิ่งของอย่างหนึ่ง
ยังงั้นแหละ ซึ่งความจริงผมก็ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไหร่หรอก ด้วยฤทธิ์ของยาชา
แต่ด้วยบรรยากาศรอบข้าง ด้วยเสียงที่เราได้ยิน
ด้วยแรงดึงที่ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรุนแรงในการลงมือ
มันมากพอที่จะทำให้มือเท้าเกร็งได้โดยไม่รู้ตัว

และแล้วซีกที่ 2 ก็กำลังจะออก เสียงมันเหมือนคุณดึงต้นไม้ออกจากดิน
แล้วรากมันฝังอยู่ไม่ยอมออก แล้วคุณก็ดึงจนรากไม้มันขาด เสียงดัง "ขว๊ากก"

ผมไม่อยากจะนึกถึงเลยว่า ถ้าหมดฤทธิ์ยาชา แล้วจะปวดขนาดไหน

จนถึงตอนนี้วันที่ 3 แล้ว แก้มยังบวมโย้อยู่เลย และบางทีก็ยังมีเลือดไหลอยู่ด้วย

แต่การทำอะไรที่มันทรมานมากๆก็ดีเหมือนกัน

มันทำให้รู้ว่า เวลาปกติ เรามีความสุขขนาดไหน
เวลาที่กินข้าวโพด กินกล้วยทอด และอะไรอีกหลายๆอย่างที่เราอยากกิน...
มันถือเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ตอนนี้ แม้แต่ผมจะกินข้าวต้ม ยังอ้าปากแทบไม่ได้
แต่ถ้าหายเมื่อไหร่ละก็ ........จะกินให้หนำใจไปเลย....

หมายเหตุ*** ไปทำที่โรงบาล ทันตะ ซี่ละ 2,000 2 ซี่ 4,000
บวกค่ายาอีก ร้อยสองร้อย ทั้งหมด 4 พันกว่า

เสียเงินแล้วยังเจ็บตัวอีก .........สะใจจริงๆ...เหอๆๆๆๆ

Comment

Comment: