civilization
posted on 11 Dec 2007 02:04 by shoye in Opinionเมื่อวานไปกินเบียร์ที่ถนนข้าวสารมาครับ......ก็ออกไปด้วยความอยาก เหมือนเคย
แต่ที่ไม่เหมือนเคย ก็คือ อยู่ดีๆ ก็คิดขึ้นมาว่า "เบียร์แมร่ง.....ขมว่ะ"
แล้วใครเป็นคนเริ่มเอาข้าวมาหมักทำเบียร์วะ........จะด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่
แล้วรู้ได้ยังไงว่าไอ้น้ำสีเหลืองๆเหมือนเยี่ยว รสขม กินแล้วเมานี่มันกินได้....
กว่าจะผ่านกระบวนการหมักจนมีรสขมและ สีเหลืองใสได้ที่ ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว
ยกแก้วเบียร์กระดกเข้าปาก .......
หันหน้าไปชมวิว นอกหน้าต่างจากชั้นสองที่นั่งอยู่
ผู้คนพลุกพล่าน เพราะเป็นวันหยุดยาว
หญิงสาววัยรุ่นแต่งตัววาบหวิว ฝรั่งเมาแอ่นหน้าแอ่นหลัง คู่วัยรุ่นยืนกอดกัน
ผู้คนทยอยออกมาจากร้าน ที่เปิดเพลงเสียงดังทำลายโสตประสาต และเพิ่งหยุดไปได้ไม่นาน
รถเข็นขายผัดไท ข้าวไข่เจียว หมูปิ้ง
หันหน้ากลับมาหยิบแก้ว เทน้ำสีเหลืองเข้าปากอีกครั้ง
หยิบกับแกล้ม ที่สั่งมาเข้าปากตามไปติดๆ
หันหน้า มองทะลุกระจก ทอดสายตาสู่เบื้องล่างอีกครั้ง
ขอทานแต่งตัวมอมแมม นั่งอยู่บนสเก็ตบอร์ด เพื่อใช้เป็นพาหนะทุ่นแรงในการเคลื่อนที่
เข้าใจว่า เค้าน่าจะไม่มีขา หรือมีแต่ใช่ไม่ได้
เสือกมือข้างขวาไปกับพื้น เพื่อผลักดันตัวเองไปข้างหน้า มือซ้ายถือเมาท์ออแกน ไว้ติดกับปาก
"กูอยากให้เงินเค้าว่ะ"
"มึงก็วิ่งลงไปดิ ทันอยู่แล้ว"
.................
.................
"มึงว่าคนขายหมูปิ้งได้เงินเท่าไหร่วะ"
"..............."
เมื่อวานผมทำงานได้เงินมา 2000 กว่าบาท
ถ้าเค้าขายไม้ละ 5 บาท ก็ต้องขายให้ได้ 100 ไม้
แต่ไม่ใช่หรอก 100 ไม้ ยังไม่ได้รวมต้นทุน
ส่วนผมได้เงินมาโดยไม่ต้องลงทุน อาศัยลงแรงแค่นิดหน่อย
สำหรับเพื่อนร่วมงานในอาชีพเดียวกับผม ไฟล์ที่ผมไปไม่ได้เรียกว่าลงแรงนิดหน่อย
แต่เรียกว่าเหนื่อยสัด และเงินสองพันสำหรับไฟล์นั้นถือว่าน้อย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย
ผมซึ่งต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ก็เคยคล้อยตามกับความเหนื่อยสัด และเงินที่ไม่คุ้มเหนื่อย
แต่ถ้าลองคิดดูว่า คนงานก่อสร้างแมร่งทำเกือบเดือนกว่าจะได้เงินเท่าเราทำวันเดียว
ความเหนื่อยเทียบกันไม่ได้
พลางสมองก็คิดนู่น คิดนี่
...................................
...................................
ตั้งแต่จบมาผมทำงานบริการมาตลอด จนถึงตอนนี้เกือบ 4 ปีเห็นจะได้
สิ่งหนึ่งที่พบเห็นและต้องทำ ทั้งที่ไม่อยาก คือ การเอาอาหารที่เหลือทั้งหมดทิ้ง
อาหารที่เหลือที่พูดถึง หมายถึงอาหารใหม่ที่ยังไม่ได้ถูกกิน หรือยังกินได้โดยไม่รู้สึกว่ากินของเหลือ
ก็พวก บุฟเฟห์ที่เหลือ ตอนที่ทำงานโรงแรม และอาหารที่โหลดมาเกิน หรือขนมปังที่เสริฟไม่หมด
ในทุกไฟล์ที่ผมไปทำงาน
แต่พนักงานไม่มีสิทธิ์กินของเหล่านั้น และไม่มีสิทธิ์ห่อกลับบ้าน หรือเอาไปฝากใครทั้งนั้น
เพราะมันเป็นธุรกิจ
ในแง่ของธุรกิจมันก็ขายจนคุ้มแล้วแหละ ถึงจะเหลือหรือไม่เหลือ ก็ทำกำไรได้จนเป็นที่พอใจแล้ว
.....................................
.....................................
ทุกครั้งที่ยัดขนมปังที่เหลือลงถังขยะ ผมก็จะยกมือไหว้ขอโทษ
ไม่ได้ขอโทษขนมปัง เพราะขนมปัง ก็เป็นแค่ขนมปังก้อนกลมๆ จะไปขอโทษมันทำแม้วอะไร
แต่ผมขอโทษ ขอทานที่เสือกไถตัวเองแนบผ่านไปกับพื้นถนน
ขอโทษเด็กเหลือขอ และผู้คนที่กำลังอดอยาก ไม่มีจะกิน
ในขณะที่ผมกำลังเอาของกินยัดใส่ถังขยะ
สิ่งต่างๆเหล่านี้แหละ ที่เราเรียกว่า ศิวิไล แปลเป็นไทยอีกทีว่า "ความเจริญ, อารยธรรม"
น้ำสีเหลืองราคาแพงก็คือความศิวิไล
ของเหลือที่ขายจนคุ้มในแง่ของธุรกิจก็คือความศิวิไล
รถที่ปล่อยควันมากมายจนโลกร้อนทุกวันนี้ก็คือความศิวิไล
เพราะสังคมที่ศิวิไล ขึ้นทุกวัน
ยิ่งทำให้คนเรา มีช่องว่างระหว่างกันมากขึ้น
และความเป็นมนุษย์ ความรู้สึกถึงความเป็นเพื่อนร่วมโลกลดน้อยลงทุกที
ตรงกันข้ามกับตัวเอง ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นทุกวัน ทุกวัน
มาพอเพียงกันดีมั้ย....
พอเพียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็เพื่อที่จะไม่ต้องมีชีวิตด้วยการเบียดเบียนใคร
ถึงจะมีอำนาจและสิทธิ์ที่จะทำ แต่ถ้าทำให้น้อยที่สุดก็น่าจะดีกว่า
เริ่มง่ายๆ จากการอย่ากินเหลือ ไม่ว่าจะเป็นข้าว หมู ไก่ ปลา
หนึ่งหรือหลายชีวิตที่ตายอยู่บนจานข้าวข้างหน้าเรา
พวกมันตายเพื่อต่อชีวิตให้กับเรา ที่สำคัญมันไม่ได้อยากตาย
แต่เราเบียดเบียนมัน เพราะฉะนั้นไหนๆ มันก็ตายแล้ว ก็อย่าให้มันต้องตายฟรี
เพราะสังคมทุกวันนี้มันศิวิไล
ไม่ผิดถ้าคุณจะใช้ชีวิตไปตามช่วงจังหวะ และทำนองคลองธรรมนั้น
ถ้าคุณมีเงินมากพอ จะซื้อข้าวมาทิ้ง 10 จานก็ได้ ก็มันเงินของคุณ
..................................
..................................
..................................
อยากกลับไปอยู่อย่างพอเพียง ปลูกผักทำสวน
กินแค่พออิ่ม ................ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่ต้องเบียดเบียนใคร
แต่ก็ได้แต่พูด โดยที่ไม่ได้ทำ เหมือนกับที่ไม่ได้วิ่งลงไปให้เงินขอทานคนนั้น
ได้แต่ มองตามไปจนสุดขอบเขตที่จะสามารถมองเห็นได้
แล้วก็หันกลับมากระดกเบียร์เข้าปาก........................อีกครั้ง
Technorati Profileedit @ 12 Dec 2007 10:44:14 by shoye

Yep,
although civilization makes us survive, it also makes us sad.
#1 By PastelSalad on 2007-12-11 04:03